ประวัติเจ้าแม่ทิพวัน

เจ้าทิพวัน กฤดากร ณ อยุธยา

ประวัติเจ้าแม่ทิพวันเจ้าทิพวัน กฤดากร เป็นธิดาเจ้าเทพดำรง รักษาเขต(พญาพก่าตอง) ผู้รักษาชายแดนแถบแม่น้ำสาละวิน (แม่สะเรียงขุนยวม แม่ฮ่องสอน) ในสมัยพระเจ้าอินทรวิชยานนท์ ครองเมืองเชียงใหม่ เจ้าแม่ปิมปา(พิมพา) ขนิษฐาของเจ้าอินทรวิชยานนท์เป็นมารดา เจ้าทิพวัน กฤดากร ชาตะเมื่อวันเสาร์ เดือน 7 ปีมะแมจุลศักราช 1255 ตรงกับวันที่ 23 มิถุนายน 2426 ณ บ้านเจดีย์งาม(เจดีย์หน้าเทศบาล) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีพี่น้องร่วมอุทรด้วยกัน 3 คน คือ
1. เจ้าน้อย เทพวงศ์ ณ เชียงใหม่(เจ้าป๊อก) 2. เจ้าทิพวัน กฤดากร(เจ้าเส้า) 3. เจ้าจันทรังษี ณ เชียงใหม่(เจ้าหน้อย)

เจ้าทิพวัน กฤดากร เมื่อยังเยาว์วัย ได้ไปกับเจ้าแม่ผู้มารดา และได้รับการศึกษาขั้นต้นที่นครเชียงใหม่ ครั้งอายุได้ 13 ปี ในปี พ.ศ. 2439 ได้จากนครเชียงใหม่ เข้าไปถวายตัวต่อ

พระราชชายาเจ้าดารารัศมี

เพราะเป็นบุตรตรีเจ้าปิมปา ผู้เป็นอาของพระองค์ท่าน เจ้าทิพวันได้เติบโตมาในพระบรมมหาราชวัง ในรัชสมัยของ พระปิยะมหาราช รัชกาลที่ 5 ครั้นอายุไค้ 19 ปี ตรงกับปี พ.ศ. 2445

พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ได้จัดเสกสมรสกับ พลเอกพระวรวงศ์เธอพระองค์ เจ้าบวรเดช ขณะนั้นดำรงพระยศเป็นร้อยตรี โดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุ์ ทรงเป็นองค์ประธานในพิธี ณ ยังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศน์วรฤทธิ์ ท่าช้าง วังหน้าพระนคร พ.ศ. 2446 ได้ตามเสด็จพระองค์เจ้าบวรเดช ซึ่งไปตำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก มณฑลนครราชสีมา พ.ศ. 2452 ได้ตามเสด็จพระองค์เจ้าบวรเดช ไปยุโรป เมื่อทรงรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นเวลา 3 ปี และได้มีโอกาสสนองพระเดชพระคุณ ในการถวายพระอภิบาลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เเละเจ้านายเล็ก ๆ ที่เสด็จไปทรงศึกษาวิชาอยู่ในยุโรปในเวลานั้นหลายพระองค์ ในฐานะภริยาเอกอัครราชทูต สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลังก็ไค้ทรงเมตตาเป็นพิเศษ พระราชทานเครื่องเพชรประอับกาย อย่างสมเกียรติภริยาเอกอัครราชทูต พ.ศ. 2455 หลังจากกลับจากกรุงปารีส

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานเหรียญ ตราตติยจุลจอม (ต.จ.) และได้รับพระราชทานเหรียญ พระบรมรูปสมเด็จพระพันปีหลวงลงยาประดับเพชร และเหรียญูพระบรมนามาภิธัยย่อ ผ.ส. ประดับเพชรด้วย พ.ศ. 2458 ได้กลับมาอยู่นครเชียงใหม่ ในนามของพระราชชายาสมเด็จพระอุปราชฯ ซึ่งต่อมาได้กราบถวายบังคมลาออกจากราชการ ในสมัยที่ทรงดำรงตำแหน่งอุปราชภาคพายัพ

พ.ศ. 2465 ได้ตั้งหลักแหล่งอยู่ ณ บ้านแม่หนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะกสิกรหญิงผู้หนึ่ง
พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ได้เสด็จประภาสนครเชียงใหม่ ในวันพระราชพิธี เชิญูพระขวัญูตามประเพณีโบราณ เจ้าทิพวัน กฤดากร ฟ้อนถวายในขบวนแห่รับเสด็จ เป็นคู่หน้าของขบวนฟ้อนเจ้าหญิงฝ่ายเหนือ เป็นเหตุให้ ชาวต่างประเทศและชาวไทยที่ได้ชมการฟ้อนในวันนั้น ต่างออกปากชมเชยและสรรเสริญเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการฟ้อนที่งดงามยิ่งนัก ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเหรียญ์รัตนาภรณ์ แก่เจ้าทิพวัน กฤดากร ในครั้งนี้ด้วย

พ.ศ. 2486 ได้สร้างเตาบ่มใบยาสูบ ที่บ้านหนองหาร

เป็นผู้ทำการเพาะปลูกและบ่มใบยา เวอร์ยิเนีย เป็นรายแรกในจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อสมัยพระช่วงเกษตรศิลป์ เป็นผู้อำนวยการสถานีทดลองยาสูบแม่โจ้ ได้ขยายกิจการนี้มาตลอดอายุขัย นับว่าท่านเป็นสตรีไทยคนแรกที่ ได้ริเริ่มงานแผนกนี้ขึ้นมา
นอกจากท่านจะได้ประกอบงานอันเป็นอาชีพส่วนตัวแล้ว ในงานด้านการกุศลท่านได้สร้างประโยชน์ให้กับชาติศาสนา กล่าวคือ พ.ศ. 2482 ท่านได้อุทิศที่ดิน จำนวน 9 ไร่ เพื่อสร้างวัดและเป็นประธานในการก่อสร้างเสนาสนะ และให้การบำรุงอุปถัมภ์ พระภิกษุสงฆ์ สามเณรมาโดยลำดับ เเละได้เป็นประธานสร้างพระวิหาร ในปี พ.ศ. 2490 สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2494 ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวในการก่อสร้างครั้งนี้ 81,500.00 บาท คณะศรัทธาจึงได้ขนานนามวัดนี้ว่า วัดทิพวนาราม
พ.ศ. 2483 ได้อุทิศที่ดิน จำนวน 10 ไร่ ติดกับวัดด้านทิศใต้ สร้างโรงเรียนประชาบาลประจำตำบลหนองหาร ซึ่งปรากฏนามตามชื่อท่านว่า โรงเรียนทิพวันอุทิศ ปัจจุบันทางราชการได้ใช้ชื่อว่า โรงเรียนบ้านหนองหาร(ทิพวันอุทิศ) ท่านได้สร้างอาคารเรียนและบ้านพักครู แล้วยกให้ เเก่รัฐบาลเมื่อปี พ.ศ. 2485

พ.ศ. 2496 ท่านได้รับยกย่องให้เป็นนายกสมาคมสตรีศรีล้านนา ซึ่งปัจจุบันได้รวมเป็น สมาคมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนา ท่านเคยเป็นกรรมการ สมาคมผู้บ่มเพาะปลูกยาสูบแห่ง ประเทศไทย ก่อนมรณกรรม เจ้าทิพวัน กฤดากร ได้เดินทางไปกิจธุระที่กรุงเทพมหานคร พักอยู่บ้านคุณหญิงสุพรรณสมบัติ ซอยเดโช ถนนสุริวงศ์ เขตบางรัก
ครั้นเมื่อวันที่ 27 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2497 ท่านมีอาการป่วยเป็นลม เนื่องจากความดันโลหิตสูง แพทย์ได้ทำการรักษาพยาบาลจนสุดความสามารถ เจ้าทิพวัน กฤดากร ได้ถึงแก่มรณกรรมเมื่อเวลา 14.00 น. เศษ ด้วยความสงบ รวมชนมายุได้ 71 ปี

ประวัติเจ้าแม่ทิพวัน