ประเพณีทอดกฐิน

ประเพณีทอดกฐิน ณ วัดทิพวนาราม หนองหาร เชียงใหม่ ปี 2559

ในวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2559 ขึ้น 7 ค่ำ  เดือน 12 เป็นวันทอดกฐินสามัคคี ที่ทางวัดยินดีต้อนรับ และอนุโมทนาบุญกับ คณะโดยการนำของอาจารย์ อรุณี ธีระสุนทร  ประธานองค์กฐิน ตาม ประเพณีทอดกฐิน ณ วัดทิพวนาราม หนองหาร เชียงใหม่ ปี 2559

การทอดกฐิณ
การทอดกฐิณเป็นประเพณีสำหรับพุทธศาสนิกชน     ที่จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา   ด้วยความศรัทธาและเลื่อมใส มีความประสงค์ที่จะส่งเสริมให้พระภิกษุได้ตามปฏิบัติตามพระวินัย ซึ่งถือปฏิบัติมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล       เป็นการเพิ่มพูนบุญกุศลซึ่งนำมาความสุขมาให้ตนและครอบครัว   เป็นงานบุญที่มีปีละครั้ง

ตำนานของประเพณีทอดกฐิน ใครถวายกฐินเป็นคนแรก
ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระผู้มีประภาคประทับ ณ พระเชตวนาราม เป็นพระอารามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้สร้างถวายเป็นพุทธนิวาส
ครั้งกระนั้นมีภิกษุ ๓๐ รูป ชาวเมืองปาฐา    อยู่ด้านทิศตะวันตกในแคว้นโกศล  ได้ทางมาเพื่อจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เมืองสาวัตถี

คณะภิกษุนั้นมาไม่ทันเพราะใกล้ถึงวันเข้าพรรษา จึงเข้าพักจำพรรษา ณ เมืองสาเกต   อันมีระยะทางห่างจากเมืองสาวัตถีราว ๖ โยชน์ภิกษุทั้ง ๓๐ รูปนั้น ล้วนแต่เป็นผู้เคร่งครัดปฏิบัติธุดงค์    และมีความศรัทธาอย่างแรงกล้าที่จะได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดา

เมื่อถึงวันออกพรรษาแล้ว    ก็รีบเดินทางไปยังเมืองสาวัตถีโดยไม่รั้งรอ    แม้ว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ฝนยังตกหนัก      น้ำท่วมอยู่ทั่วไป  แม้จะต้องฝ่าแดด    กรำฝน    ลุยโคลนอย่างไรก็ไม่ย่อท้อ

เมื่อภิกษุทั้ง ๓๐ รูปได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าสมความตั้งใจแล้ว  ครั้งพระองค์ตรัสถาม จึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ พระพุทธองค์จึงตรัสธรรมมิกถา      ภิกษุเล่านั้นก็ได้สำเร็จพระอรหัตผล

ในลำดับนั้นพระบรมศาสดา ทรงดำริถึงความยากลำบากของภิกษุเหล่านี้ จึงเรียกประชุมภิกษุสงฆ์แล้วตรัสอนุญาตให้ภิกษุรับผ้ากฐินได้ในเมื่อออกพรรษาแล้ว

นางวิสาขาได้ทราบพุทธานุญาต จึงได้เป็นผู้ถวายกฐินเป็นคนแรก

การทอดกฐินเป็นบุญพิเศษ  เพราะ

  1. เป็นสังฆทาน ไม่เจาะจงแก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง
  2. เป็นการถวายทานตามกาล เรียกว่ากาลทาน ตามพระธรรมวินัยกำหนดกาลไว้ คือ มีกำหนดเวลาถวายที่จำกัดเพียงหนึ่งเดือนหลังจากออกพรรษาแล้ว ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 โดยแต่ละวัดสามารถรับกฐินได้ปีละครั้งเดียว และจะต้องมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาครบ 5 รูป

หากวัดใดมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาไม่ถึง 5 รูป จะต้องนิมนต์พระสงฆ์จากวัดอื่นๆ มาร่วมพิธีกรรมให้ครบ 5 รูปเป็นอย่างน้อย เพื่อให้ครบองค์สงฆ์ตามพระวินัยบัญญัติ   กล่าวคือ  พระสงฆ์  4 รูป เป็นองค์พยาน และอีก 1 รูปเป็นองค์ครองผ้ากฐิน ภาษาสังฆกรรมของพระเรียกว่า ปัญจวรรค

ผู้ใดมีจิตศรัทธาเลื่อมใส      ที่จะทอดกฐิน ก็ให้ทอดได้ในระหว่างระยะเวลานี้      ถ้าทอดกฐินก่อนหรือหลังกำหนดนี้ก็ไม่ใช่การทอดกฐิน  แต่มีข้อยกเว้นพิเศษว่า ถ้าทายกทายิกาผู้จะทอดกฐินนั้น มีกิจจำเป็นเช่นจะต้องไปในทัพ ไม่สามารถจะอยู่ทอดกฐินตามกำหนดนั้นได้ จะทอดกฐินก่อนกำหนดดังกล่าวแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุรับไว้ก่อนได้

  1. การทอดกฐิน มีอานิสงส์ทั้งสองฝ่าย คือ อานิสงส์สำหรับพระภิกษุผู้รับกฐิน  และอานิสงส์สำหรับผู้ถวายกฐิน

กฐิณแบ่งออกเป็น ประเภทใหญ่คือ กฐิณหลวงและกฐิณราษฎร์

กฐิณหลวงแบ่งเป็น 

  1. กฐิณที่กำหนดเป็นพระราชพิธี เป็นกฐิณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐิณด้วยพระองค์เอง       หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระบรมวงศานุวงศ์หรือองคมนตรี  หรือผู้ที่ทรงเห็นสมควรเป็นผู้แทนพระองค์      นำผ้าพระกฐิณพระราชทานไปทอดถวาย ณ พระอารามหลวงที่สำคัญๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค
  2. กฐิณต้น เป็นกฐิณที่เกิดขึ้นเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐิณ ณ วัดที่มีใช่พระอารามหลวง   แต่เป็นวัดราษฎร์วัดใดวัดหนึ่ง   และมิได้เสด็จไปอย่างเป็นทางราชการหรืออย่างเป็นพระราชพิธี   แต่เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลส่วนพระองค์
  3. กฐิณพระราชทาน เป็นกฐิณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว     พระราชทานผ้าพระกฐิณของหลวงแก่ผู้ที่กราบบังคมทูลขอพระราชทาน     เพื่อไปทอดถวาย ณ พระอารามหลวงอื่นๆ ที่มิใช่ 16 วัด     ซึ่งทางราชการกำหนดขึ้นเป็นพระราชพิธี  คือ
    • เป็นวัดที่ยังไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิณมาก่อน
    • ประชาชนมีความเลื่อมใสในวัดนั้นมาก
    • ประชาชนในท้องถิ่นนั้นไม่ค่อยมีโอกาสได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไป จะได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างใกล้ชิด 

กฐิณราษฎร์แบ่งเป็น

    1. มหากฐิณ เป็นกฐิณที่ประชาชนนำไปทอดถวาย ณ วัดใดวัดหนึ่ง ที่ตนศรัทธาเป็นการเฉพาะ  ผู้ใดมีจิตศรัทธาจะทอดกฐิณ ณ วัดใด ก็นำผ้าจัดเป็นองค์กฐิณ   และหรือถวายของใช้อื่นๆไปพร้อมกับองค์กฐิณ    ที่เรียกกันว่าบริวารกฐิณ    ให้พร้อมกับปัจจัย 4 ชาวบ้านมีเวลาตระเตรียมนานวัน จำนวนผู้ไปร่วมทอดกฐินมีมาก จึงเรียกว่า มหากฐิน
    2. จุลกฐิณ เป็นกฐิณที่ต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียว เดิมเรียกว่ากฐิณแล่น คือเร่งรีบเพื่อให้เสร็จทันกาล   ต้องอาศัยความร่วมมือและความสามัคคีของคนหมู่มาก
    3. กฐิณสามัคคี เป็นกฐิณที่มีเจ้าภาพหลายคนร่วมกัน และเพื่อไม่ให้การจัดงานยุ่งยากมากเกินไป   ก็มักจะตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อดำเนินการ      แล้วมีหนังสือบอกบุญไปยังผู้อื่นด้วย    เมื่อได้ปัจจัยมาก็จัดผ้าอันเป็นองค์กฐิน รวมทั้งบริวารกฐิน  ปัจจัยที่เหลือก็ถวายวัด   เพื่อทางวัดจะนำไปใช้จ่ายในทางที่ทางวัดจะเห็นสมควร   กฐินสามัคคี    มักนำไปทอดที่วัดที่กำลังมีการก่อสร้างหรือกำลังบูรณปฎิสังขรณ์  เพื่อสมทบทุนกับทางวัด
    4. กฐิณตกค้าง หรือ กฐิณโจร เป็นกฐินที่เจ้าภาพนำไปทอดโดยมิได้ให้ทางวัดทราบล่วงหน้า  หากผู้ต้องการทอดกฐินผ่านไปพบวัดใดวัดหนึ่งที่ยังไม่มีกฐิน   ไม่มีผู้จองกฐินทั้ง ๆ ที่ จวนจะหมดระยะเวลาการทอดกฐินอยู่แล้ว  หรือทราบว่าวัดนั้นมีคนจองกฐินแล้วแต่ไม่มาทอดกฐินตามที่จองไว้   ก็จู่โจมเข้าไปทอดกฐินถวาย   คล้ายกับโจรปล้นมิให้เจ้าของทรัพย์รู้ตัว

กฐิณมีความหมาย 4 ประการ

  1. กฐิณที่เป็นชื่อของกรอบไม้  หมายถึง ไม้สะดึงคือกรอบไม้แบบชนิดหนึ่งสำหรับขึงผ้าให้ตึง   เพื่อเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้เป็นเครื่องมือเย็บจีวร    มีลักษณะเป็นวงกลม เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง     สมัยก่อนการเย็บจีวรต้องใช้ไม่สะดึงขึงให้ตึงก่อนแล้วจึงเย็บ เพราะเครื่องมือในการเย็บก็ยังไม่ทันสมัยเหมือนปัจจุบัน
  2. กฐิณที่เป็นชื่อของผ้า หมายถึงผ้าที่ถวายใช้เป็นกฐิญภายในกำหนดเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12     ผ้าที่จะถวายนั้นจะเป็นผ้าใหม่หรือผ้าเทียมใหม่ เช่นผ้าฟอกสะอาดหรือผ้าบังสุกุล  ผู้ถวายจะเป็นคฤหัสถ์หรือพระภิกษุหรือสามเณรก็ได้     แต่ต้องถวายแก่พระสงฆ์เท่านั้น
  3. กฐิณที่เป็นชื่อของบุญกิริยา หมายถึงการทำบุญถวายผ้ากฐิณเป็นทานแก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาอยู่วัดใดวัดหนึ่งครบ 3 เดือน เพื่อสงเคราห์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบให้มีผ้านุ่งห่ม       เพื่อจะได้มีผ้าผลัดเปลี่ยนจากของของเก่าที่ขาดหรือชำรุด
  4. กฐิณทีเป็นชื่อของสังฆกรรม หมายถึงกิจกรรมของสงฆ์       คือต้องมีการสวดประกาศขอรับความเห็นชอบจากที่ประชุมสงฆ์     การมอบผ้ากฐิณให้แก่พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง    เมื่อทำจีวรสำเร็จแล้วด้วยความร่วมมือของพระภิกษุทั้งหลาย ก็จะได้เป็นโอกาสให้ได้ช่วยกันทำจีวรของพระภิกษุของพระภิกษุรูปอิ่น ขยายเวลาทำจีวรได้อีก 4 เดือน    เพราะในสมัยพุทธกาลการหาผ้าเพื่อทำจีวรนั้นทำได้ยาก   พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้เก็บสะสมผ้าไว้เกิน 10 วัน    แต่เมื่อได้ช่วยกันทำสังฆกรรมเรื่องกฐิณแล้ว อนุญาตให้แสวงหาผ้าและเก็บผ้าไว้ทำเป็นจีวรได้จนตลอดฤดูหนาว  ปัจจุบันก็หาซื้อกันได้ตามร้าน  แต่ก็มีหลายวัดที่พยายามตัด ย้อม จีวร เหมือนสมัยพุทธกาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *