ตักบาตรเทโว-ประวัติของประเพณีการตักบาตรเทโว

ตักบาตรเทโว  มาจากคำว่า ตักบาตรเทโวโรหณะ คำว่า เทโวโรหณะ     แปลว่า  หยั่งลงมาจากเทวโลก
ประเพณีการตักบาตรเทโว  ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 การ ตักบาตรเทโว-ประวัติของประเพณีการตักบาตรเทโว หรือ การตักบาตรเทโวโรหณะ ตอนที่ประชาชนพากันไปใส่บาตรพระพุทธเจ้า ในโอกาสที่ท่านเสด็จกลับมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากที่ได้ไปทรงแสดงพระธรรมเทศนา โปรดพระมารดาของพระองค์ที่นั่น

ประวัติของประเพณีการตักบาตรเทโวโรหณะ

พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชนอยู่เป็นประจำ ณ นครสาวัตถี จนมีประชาชนจำนวนมากหันมาเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาจึงเป็นเหตุทำให้ เหล่าเดียรถีย์หรือพวกนักบวชประเภทหนึ่งซึ่งมีมาก่อนพระพุทธศาสนา เสื่อมลง
เหล่าเดียรถีย์พวกนี้เป็นปฏิปักษ์ต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง พระพุทธองค์เคยมีพระพุทธบัญญัติว่า หากเดียรถีย์จะมาขอบวชในพระพุทธศาสนาต้องมารับการฝึก เพื่อตรวจสอบว่ามีความเลื่อมใสแน่นอนเสียก่อน ซึ่งเรียกว่า ติตถิยปริวาส

พวกเดียรถีย์คิดหาวิธีที่จะทำลายพระพุทธศาสนาโดยการกล่าวร้ายพระพุทธเจ้า และสาวก เพราะพวกตนเดือดร้อนเนื่องจาก ผู้คนให้ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากขึ้น เครื่องถวายสักการะแด่พวกตนก็ลดน้อยลง

แต่แม้ว่าพวกเดียรถีย์จะกล่าวร้ายพระพุทธเจ้าและพระสาวกมากอย่างไรก็ตาม ประชาชนก็ยังเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธเจ้า เหมือนเดิม

ในที่สุดเดียรถีย์จึงใช้อุบายทำลาย พระพุทธศาสนาโดยการใช้พุทธบัญญัติที่ว่ามั่นใจว่าพระพุทธเจ้าไม่กล้า ฝ่าฝืนข้อห้ามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้เอง จึงช่วยกันกระจายข่าวให้ประชาชนทราบว่า พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกสิ้นท่าหมดอิทธิฤทธิ์ แล้วไม่แสดงปาฏิหาริย์ ซึ่งตรงข้ามกับเหล่าคณาจารย์เดียรถีย์ มีปาฏิหาริย์อบรมมั่นคงเต็มที่ และพร้อมที่จะแสดงให้เห็นได้ทุกเมื่อ แถมยังท้าอีกว่าถ้าประชาชนไม่เชื่อก็เชิญพระพุทธเจ้ามาแสดงปาฏิหาริย์แข่งกันก็ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าใครจะเก่งกว่าใคร

ฝ่ายพระพุทธเจ้าและสาวกก็เงียบเฉย พวกเดียรถีย์จึงกล่าวร้ายหนักอีกว่า พระพุทธเจ้าไม่มีความสามารถในการแสดงอิทธิฤทธิ์

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบและคิดใคร่ครวญ พระองค์ได้ตัดสินพระทัยที่จะแสดงปาฏิหาริย์ให้ พวกเดียรถีย์ได้ประจักษ์เพื่อไม่ให้พระพุทธศาสนาโดนย่ำยี

พระพุทธเจ้าได้ประกาศว่าจะแสดง ยมกปาฏิหาริย์ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ณ ใต้ต้นมะม่วง

เมื่อฝ่ายเดียรถีย์รู้ความดังนั้น จึงแบ่งพรรคพวกแยกกันให้ไปทำลายต้นมะม่วงทุกต้นในเมืองสาวัตถี ส่วนอีกพวกหนึ่งก็ช่วยกันสร้างมณฑปเพื่อแสดงปาฏิหาริย์ของตน และประกาศให้ประชาชนมาชมความล้มเหลวของพระพุทธองค์

เมื่อถึงกำหนดก็เกิดพายุใหญ่ทำให้มณฑปของเดียรถีย์พังหมดสิ้นส่วนพระพุทธเจ้ายังมิได้แสดงปาฏิหาริย์แต่อย่างใด

ในวันนั้นเอง คนเฝ้าพระราชอุทยานของพระเจ้าปเสนทิโกศล ชื่อว่า นายคัณฑะ ได้ถวายมะม่วงผลหนึ่งแก่พระพุทธเจ้าเนื่องจากมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธองค์ พระพุทธองค์จึงสั่งให้พระอานนท์นำมะม่วงไปทำ น้ำปานะ มาถวายและเอาเมล็ดมะม่วงวางบนดิน เมื่อทรงฉันน้ำปานะเสร็จ ก็ทรงล้างพระหัตถ์โดยให้น้ำรดลงบนเมล็ดมะม่วง ทันใดนั้นเอง ก็กลายเป็นต้นมะม่วงที่งอกเงยขึ้นมาเป็นมะม่วงต้นใหญ่

หลังจากนั้นพระพุทธเจ้าก็แสดงปาฏิหาริย์ เนรมิตช่อไฟ ช่อน้ำเนรมิต บุคคลที่เหมือนพระองค์ทุกประการ ทรงแสดงธรรม จงกรม พระพุทธนิมิตให้ประชาชนได้ประจักษ์แก่สายตา จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาโดย ทั่วกัน ส่วนเดียรถีย์จึงโดนประชาชนสาปแช่งจนย่อยยับกลับไป

วันรุ่งขึ้นเป็น

วันเข้าพรรษา พระพุทธองค์ประกาศว่าจะไปพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เนื่องจากพระพุทธองค์ทรงต้องการเทศนา โปรดพระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดา เพื่อเป็นการสนองพระคุณ ดังนั้นพระพุทธองค์จึงได้เทศนา พระอภิธรรมปิฎก โปรดพระพุทธมารดา ในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน

เมื่อถึงวันออกพรรษาพระพุทธองค์จึงเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ ทางประตูเมืองสังกัสสนคร

เป็นการหยั่งจากเทวโลก หรือเรียกว่า เทโวโรหณะ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ประชาชนต่างพร้อมใจกันมารับเสด็จและนำอาหารมาเพื่อทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก ประชาชนบางพวกอยู่ห่างไม่สามารถที่จะถวายอาหารใส่ลงบาตรได้ จึงนำข้าวสาลีมาปั้นเป็นก้อนแล้วโยนใส่ลงในบาตร จนกลายมาเป็นประเพณีนิยมที่ว่าจะต้องทำข้าวต้มลูกโยน เพื่อไว้ใส่บาตรในวันเท โวโรหณะ ข้าวต้มลูกโยนทำมาจากข้าวเหนียวห่อด้วยใบมะพร้าวไว้หางยาวๆ

วิธีตักบาตรเทโว จะอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนล้อเลื่อนที่บุษบกหรือเรือขนาดเล็ก มียอด

เคลื่อนที่ได้และมีบาตรวางตั้งอยู่ด้านหน้า และจะมีคนลากล้อเลื่อนไปอย่างช้าๆ พระสงฆ์ก็จะเดินตามเรียงเป็นแถวส่วนพุทธศาสนิกชนก็จะนั่งเรียงเป็นแถว และนำข้าวต้มลูกโยนมาใส่บาตร ซึ่งในบางวัดอาจจะมีการจัดสถานที่เป็นแบบจำลอง เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์จริงๆ

ตักบาตรเทโว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *